• www.saranlaw.com

  • www.saranlaw.com

  • www.saranlaw.com

  • www.saranlaw.com

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

1.สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การตั้งสติ ไม่ว่าอุบัติเหตุนั้นร้ายแรงหรือเปล่า
2.เมื่อได้สติก็สำรวจ ว่ามีใครได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า ถ้ามีใครได้รับบาดเจ็บ ก็ควรจะนำส่งโรงพยาบาลเป็นอันดับแรก
3.อย่าหนี ไม่ว่าผิดหรือถูก เพราะการหนี จะทำให้เรากลายเป็นคนผิดไปทันที
(ในทางกฎหมายนั้น หากชนแล้วหนี ไม่แสดงตัวต่อเหตุที่เกิดโดยทันที ถือว่าเป็นการหลบหนี หลบเลี่ยง ที่จะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นั้น โดยกฎหมายแล้ว ถือว่าเจ้าหน้าที่ไม่ต้องพิสูจน์เหตุ ถือว่า ผู้ทำให้เกิดเหตุนั้นเป็นฝ่ายผิด และยากที่จะบรรเทาโทษ

ซึ่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มีการกำหนดโทษไว้ว่า มาตรา 160 “ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

มาตรา 78 ผู้ใดขับรถหรือขี่หรือควบคุมสัตว์ ในทางซึ่งก่อให้เกิดความ เสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นความผิดของผู้ขับขี่ หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์หรือไม่ก็ตาม ต้องหยุดรถ หรือสัตว์ และให้ความ ช่วยเหลือตามสมควรและพร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ใกล้เคียงทันที กับต้องแจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของตนและหมายเลข ทะเบียนรถแก่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย
ในกรณีที่ชนแล้วหนีกฎหมายกำหนดโทษแห่งการหนีดังกล่าวตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกมาตรา 78 ประกอบมาตรา 160 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ส่วนขับรถโดยประมาทก็ว่ากันไปอีกเรื่องหนึ่ง

4.ถ่ายรูปอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ใช้เป็นหลักฐานจะได้รู้ว่าใครถูก ใครผิด เผื่อเราถูกแล้วคู่กรณีพยายามจะขยับรถหนี อย่าลืมโทรหาประกันด้วย 

เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ สิ่งที่ผู้ขับขี่ต้องการรู้มากที่สุดคือ ใครเป็นฝ่ายถูก และ ใครเป็นฝ่ายผิด เพราะฝ่ายผิดต้อง เป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น การระบุว่าใครผิดหรือถูก ต้องดูจากลักษณะการชนครับ ถ้าไม่มีใคร ยอมรับผิดก็ไม่ควรเคลื่อนย้ายรถครับ ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาฉีดสเปรย์ก่อนครับหลังจากนั้นค่อยเคลื่อนย้ายรถและ รอประกันมา

แต่โดยความเป็นจริงแล้ว การรับผิดชอบต่อความเสียหายต้องขึ้นอยู่กับการทำประกันภัยของทั้ง 2 ฝ่ายด้วย ดังนี้

1. ทำประกันภัย ขั้นที่ 1 ทั้งคู่ กรณีนี้ คู่กรณีไม่จำเป็นต้องหาว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูก เพราะสามารถเรียก ประกันมาทั้ง 2 ฝ่าย ทางประกันจะเป็นฝ่ายตกลงกันเอง และประกันของแต่ละฝ่ายออกใบเคลมให้ทั้งคู่เอง

2. ฝ่ายถูกทำประกันภัย ขั้นที่ 1 ฝ่ายผิดทำประกันภัย ขั้นที่ 3 หรือ มีแค่ พ.ร.บ. กรณีนี้ สามารถเรียกประกันมาทั้ง 2 ฝ่าย โดยประกันฝ่ายถูกทำเคลมให้ฝ่ายถูกตามสัญญา เช่น ซ่อมห้าง หรือ ซ่อมอู่ โดยค่าใช้จ่าย ประกันฝ่าย ถูกจะไปตกลงกับ ประกันฝ่ายผิด หรือ คู่กรณีเอง

3. ฝ่ายผิดทำประกันภัย ขั้นที่ 1 ฝ่ายถูกทำประกันภัย ขั้นที่ 3 หรือ มีแค่ พ.ร.บ. กรณีนี้ ฝ่ายผิดต้องเรียกประกัน มาทำเคลมให้ทั้ง 2 ฝ่ายครับ ฝ่ายถูกไม่จำเป็นต้องเรียกประกันถ้าระบุได้ว่าใครผิด ใครถูก (ยกเว้น มีผู้บาดเจ็บ ต้องเรียกประกันมา)

4. ฝ่ายผิดทำประกันภัย ขั้นที่ 3 ฝ่ายถูกทำประกันภัย ขั้นที่ 3 หรือ มีแค่ พ.ร.บ. กรณีนี้ ฝ่ายผิดต้องเรียกประกัน มาทำเคลมให้ฝ่ายที่ถูกครับ ส่วนฝ่ายผิดต้องซ่อมเอง ฝ่ายถูกไม่จำเป็นต้องเรียกประกันถ้าระบุได้ว่า ใครผิด ใครถูก (ยกเว้นมีผู้บาดเจ็บ ต้องเรียกประกันมา)

 

5. ฝ่ายผิดมีแค่ พ.ร.บ. ฝ่ายถูกทำประกันภัย ขั้นที่ 3 หรือ มีแค่ พ.ร.บ. ฝ่ายผิดต้องรับผิดชอบค่าเสียหายให้ฝ่าย ถูก ควรจะมีการแจ้งความเป็นหลักฐานในกรณีนี้ด้วยครับ เพื่อป้องกันการเรียกร้องอื่นๆอีกในภายหลัง ฝ่ายถูกไม่จำเป็นต้องเรียกประกันถ้าระบุได้ว่าใครผิด ใครถูก (ยกเว้นมีผู้บาดเจ็บ ต้องเรียกประกันมา)